เว็บไซต์อีสานไม่เอามัสยิด

เสียงครวญจากวัดตะโหนดเล่นแร่แปรธาตุจากวัดซื่งเป็นธรณีสงฆ์กลายเป็นมัสยิส

เปิดอ่าน 14,638 views
ยึดวัดตะโหนดไปทำเป็นมัสยิสตะโหนด

เสียงครวญจากวัดตะโหนดเมื่อ”วัดพุทธ”ถูกเปลี่ยนสถานะเป็นมัสยิดเล่นแร่แปรธาตุ จากเป็นวัด กลายเป็นมัสยิด


ต่างศาสนาตั้งใจยึดทุกวัดมาทำมัสยิด ด้วยกฎหมายยัดข้อหาให้   พระในเมืองโดนข้อหารับของโจร พระตามป่าโดนยัดข้อหารุกป่าสงวนแบบยัดให้ เพื่อยึดวัดมาทำมัสยิดทั้วไทย ดั่งที่เคยทำสำเร็จมาแล้วในอินโดเนเซีย ตัวอย่างจาก”เสียงครวญจากวัดโตนด”    เมื่อ    “วัดพุทธ”   ถูกเปลี่ยนสถานะเป็นมัสยิด “เสียงครวญจากวัดโตนด” :  “มัสยิดตะโหนด”    คณะทำงานโครงการอิสลามศึกษาและการพัฒนาชุมชนมุสลิมเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ   ร่วมกับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้นำเอาที่ธรณีสงฆ์ไปขอออกเป็น น.ส. ๓ ก. จึงเป็น น.ส. ๓ ก. ได้หรือไม่? 

ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า และ สถานที่กลางแจ้ง

“มัสยิดตะโหนด” เมื่อที่ดินของวัดซื่งเป็นธรณีสงฆ์ ได้เปลี่ยนสภาพไปเป็นมัสยิดตะโหนด ซึ่งไม่ชอบด้วยฎกหมาย ที่วัดจะโอนให้แก่บุคคลใดไม่ได้ ที่ดินแปลงนี้จึงยังเป็นที่ธรณีสงฆ์ของวัดอยู่ตลอดมา การที่คณะทำงานโครงการอิสลามศึกษาและการพัฒนาชุมชนมุสลิมเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ร่วมกับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้นำเอาที่ธรณีสงฆ์ไปขอออกเป็น น.ส. ๓ ก. จึงเป็น น.ส. ๓ ก.

ที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่เมื่อนำมาออกเป็น นสล. แล้ว น.ส. ๓ ก. ซึ่งเป็นหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเดิมเป็นอันยกเลิกไปตามมาตรา ๕๙ เบญจ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ๔)ฯ สำหรับ นสล. ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ได้ออกโดยอาศัยหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินไม่ชอบด้วยกฎหมาย การออก นสล. ดังกล่าว จึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเช่นกัน นี้หรือชื่อโครงการที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติ แต่กลับมารุกรานพื้นที่ของวัดหรือที่เรียกว่า”ธรณี”สงฆ์ เมื่อวัดถูกเปลี่ยนเป็นมัสยิดความเปลี่ยนแปลงก็มาเยือน

“วันวานเป็นวัดโตนด วันนี้เป็นมัสยิดโตนด   และต่อไปจะเป็นวัดอะไร    ทุกวันนี้หลายวัดโดนคุกคาม  พระโดนยัดข้อหาไล่ออกจากวัด ศาลาวัดโดนสั่งให้รื้อถอน ไม่เว้นแม้แต่วัดของเจ้าคณะตำบล แล้ววัดเล็กๆ อื่นๆ จะเป็นยังไง”
ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ
เมื่อวัดถูกเปลี่ยนเป็นมัสยิด
ความเปลี่ยนแปลงก็มาเยือน
นี่คือ ตำนานบ้านวัดโหนด
วัดเอ่ยวัดโหนด
ก่อนมีโบสศาลามีท่าน้ำ
มีตลาดค้าขายสันทรายงาม
เป็นเขตความรุ่งเรืองเหมือนเมืองแมน
มีสำเภามากมายหลายเชื้อชาติ
ประวัติศาสตร์ก่อนเก่าเราหวงแหน
เหล่าแขกจีนเทศไทยในต่างแดน
มุ่งสู่เคว้นเสวฉัตรวัดโหนดเรา
บ้างมีเกลือใส่สำเภาเอามาค้า
แลกเสื้อผ้าพริกขี้หนูคนอยู่เขา
มีเครื่องปั้นแผ่นอิฐผลิตเตา
เป็นดินเผาเครื่องใช้ต่างลายคราม
มีเครื่องถมนิยมใส่ในนักซัตฯ
พรามถนัดลงรักและจักสาน
เลี้ยงวัวควายลากเกวียนมาเวียนลาน
เป็นตำนานเล่าขานแต่นานมา
พระยาราชครูผู้สร้างวัด
ถางพงซัดสร้างชาติศาสนา
ตรงเนินสูงสันทรายปลายธารา
หรดีศาลาริมท่าทราย
จากอุดรเฉียงขวาราวห้าเส้น
สร้างให้เป็นเจดีย์สี่สหาย
บรรจุอัฐิบรรพชนชั้นเจ้านาย
ให้กราบไหว้บนบานแต่นานมา
อาคเนย์เสนาสนะ
กุฏิพระเรียงรายอยู่ซ้ายขวา
สมณะโพ้นบุรีศรีลังกา
นิมนต์มาจำวัดที่จัดเตรียม
แขกมาเลย์ทัพใต้ปีไข้ห่า
ยกพลมาจากเมืองไซฯหมายพึ่งเสียม
พระยาราชครูจัดอย่างทัดเทียม
ให้จัดเตรียมต้นโตนดเป็นแนวเนา
เป็นตำนานล่มสลายหายนะ
สิ้นคนพระกัปกันสันทรายเก่า
เมื่อไข่ห่าพล่าผลานประหารเอา
จึงหล่อเตาหลอมใจใต้ต้นตาล
รวมทองคำใส่พานหน้าลานวัด
สิบสองนักษัตใส่ใจอาจหาญ
พระพายพัดตัดขั้วใจเสียงใบตาล
ดังประสานเสียงสวดปวดกมล
ใบเสมาฝังขอบที่รอบโบสถ์
ขุดฝังโขตนิมิตหล้อมิฉ้อฉล
ที่เหลือหล่อต่อตายหลายพันคน
ห่านิมิตห่าฝนใต้ต้นตาล
เหลือเพียงสันทรายทรากปากผู้เฒ่า
ที่บอกเล่าความผูกแก่ลูกหลาน
ตาลโตนดต้นเดียวยังเกี่ยวนาน
เป็นปรัชญาอาหารหวานกมล
สามัคคีต่อเตือนเหมือนใบโหนด
ละความโกรธร่วมทางกันกางฝน
แล้วสืบสานเป็นทะลายอีกหลายคน
พายุฝนถาซัดหยัดยืนนาน
แกร่งเหมือนต้นทนเหมือนลูกปลูกไว้บอก
วัดตะโหนดรู้ตลอดตามเล่าขาน
วัดที่ใจวัดอะไรใยวัดนาน
จะวัดตาลวัดโหนดหรือวัดใจ
วัดโหนด…วันนี้…ไม่มีวัด
แต่ที่วัดอยากรู้จะดูไหม
วัดความดีที่สุเหร่าเขาวัดใจ
มัสยิดหลังใหญ่วัดใครกัน
หรือกลับเก่าสุเหร่าหายกลายเป็นวัด
ภัยพิบัติเหี้ยมโหดโทษมหันต์
ให้สุเหร่าเป็นที่วัดนัดพบกัน
ล้างอาถรรพ์ตำนานผ่านบาลา บัง’ นี