เว็บไซต์อีสานไม่เอามัสยิด

บีอาร์เอ็น” จัดกลุ่มปชช. 3 จชต.ใต้ 5 กลุ่ม จับปืนสู้รัฐ ส่วนจะหวงแหนมวลชนกลุ่มใดต้องอ่าน???

เปิดอ่าน 2,374 views

เฟซบุ๊คของผู้ใช้ชื่อ สมเร็จ ศรีหร่าย นำข้อมูลเกี่ยวกับประชาชนมลายู ในหมู่บ้านที่ BRN. ได้จัดตั้งไว้ ทั้งนี้เจ้าของเฟซบุ๊ค สมเร็จ ศรีหร่าย คือพล.อ.สำเร็จ ศรีหร่าย อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 4 โดยได้ระบุว่า BRN. ได้แบ่งออกเป็น5กลุ่มคือ

กลุ่มที่1 เป็นกลุ่มที่เป็นสมาชิกของBRN.แล้ว และBAN.ได้กำหนดให้เป็นผู้ทำการขับเคลื่อนงานปฏิวัติตามยุทธศาสตร์ 5 ข้อที่ได้เล่าไปก่อนแลัว ซึ่งมาจากหลากหลายอาชีพและทุกวัยของสังคมใน 3 จชต. ทำหน้าที่ต่อสู้กับรัฐไทย โดยมีนักศึกษาและครูรร.เอกชนสอนศาสนาเป็นแกนหลักในการสร้างประชาชนมลายูกลุ่มนี้ให้เป็นสมาชิกเรียกว่ามาชา หรือมวลชน BRN.จะป้องกันไม่ให้รัฐดึงออกมาจากสมาชิกBRN. โดยใช้ยุทธศาสตร์ป้องกันมวลชนดังที่กล่าวมาแล้ว กลุ่มนี้มี 40%

 

กลุ่มที่2 คือกลุ่มคนมลายูที่ต้องการอยู่กับรัฐ และต่อต้านBRN. ซึ่งมีน้อยมากเพราะมีความเสี่ยงในการดำรงชีวิตและถ้าBRN.ทราบว่าต่อต้านก็จะถูกฆ่าเพราะถือว่าเป็นพวกโมนาฟิก (ทรยศ) ฆ่าได้ไม่บาปได้แก่พวกข้าราชการมลายูผู้ปกครองท้องถิ่นผู้ปกครองท้องที่กลุ่มนี้จะถูกตรวจสอบอยู่เสมอว่าต่อต้านBRN.หรือไม่ แต่BRN.ยังยอมให้มีในหมู่บ้านได้ไม่เกิน 5%

กลุ่มที่3 กลุ่มนี้ไม่อยู่กับรัฐบาลและไม่อยู่กับBRN.อยู่เพื่อเอาตัวรอด อยู่เพื่อความปลอดภัยอย่างเดียว เป็นกลุ่มที่มีความรู้ด้านศาสนาหรือด้านสามัญและมีหน้ามีตาในสังคมเพราะรู้ดีว่าถ้าเข้ากับBRN. ก็จะถูกจับกุม ถ้าเข้ากับรัฐก็จะถูกฆ่า ประชาชนกลุ่มนี้จะไม่ให้ตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับBRN. และBRN.ก็จะไม่ทำอันตรายถ้าไม่ไปขัดขวางงานของBRN. กลุ่มนี้BRN.ให้มีในหมู่บ้านได้10%

กลุ่มที่ 4 กลุ่มนี้คือ ผู้ที่ทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นหลักได้แก่นักการเมือง พ่อค้า นักุธุรกิจ เป็นกลุ่มที่ชอบฉวยโอกาส ถ้ามีเหตุรุนแรงก็จะอยู่เงียบๆ แต่ถ้ามีผลประโยชน์จะเคลื่อนไหว BRN.ไม่ต้องการเอาเป็นสมาชิก แต่ถ้าเขาไปอยู่กับรัฐบาลก็จะถูกตักเตือนหรือถูกทำร้ายทันที กลุ่มนี้จะรอโอกาสเคลื่อนไหวถ้าได้ผลประโยชน์ แต่ถ้าไม่ได้ผลประโยชน์ก็จะออกจากพื้นที่ทันที กลุ่มนี้BRN.ยอมให้อยู่ในหมู่บ้านได้5%

 

 

กลุ่มที่5 คือกลุ่มประชาชนมลายูทั่วไปจะไม่รู้เรื่องราวของBRN.แต่อย่างใด แต่รู้ว่าใครทำดีก็ดีด้วย ใครทำไม่ดีก็ไม่ดีด้วย BRN.จึงหวงแหนประชาชนกลุ่มนี้และจะไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปตีสนิท เพราะถ้าประชาชนกลุ่มนี้ไปอยู่กับรัฐ งานปฏิวัติของBRN.จะทำได้ลำบากเพราะประชาชนกลุ่มนี้ก็เป็นเจ้าของพื้นที่และจะมีจุดยืนไปตามกระแสสังคม เช่นBRN.บอกว่าการต่อสู้กับรัฐเป็นเรื่องศาสนา พวกเขาก็ ยอมรับ แต่ถ้ารัฐมาทำความดีกับเขา พวกเขาก็ยอมรับ ดังนั้นประชาชนกลุ่มนี้BRN.จะมียุทธศาสตร์ป้องกันมวลชน ไม่ยอมเสียมวลชนกลุ่มนี้ไปอยู่กับรัฐ เหมือนกลุ่มที่ 1 เพราะประชาชนมลายูกลุ่มนี้ เป็นต้นทุนสำรองมวลชนของBRN.นั่นเอง ในแต่ละหมู่บ้านจะมี40%